จัดห้องพระอย่างไร ให้เหมาะกับสไตล์ของบ้าน

พระพุทธศาสนาถือว่าอยู่คู่คนไทยมานานตั้งแต่ในอดีต และเชื่อได้ว่าทุกท่านที่นับถือศาสนาพุทธจะมีหิ้งพระหรือห้องพระประจำที่พักอาศัย เพื่อเป็นศูนย์กลางที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และการมีห้องพระในที่พักอาศัยนั้นถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ลักษณะการจัดวางห้องพระให้ถูกวิธีนั้นควรหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันออก และควรเลือกห้องที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการทำสมาธิ เช่น ห้องชั้นบนสุด แต่หากจำเป็นต้องใช้ด้านล่างเป็นห้องพระ ขอแนะนำว่าด้านบนควรไม่มีคนอาศัยอยู่จะเหมาะสมที่สุด เพราะพระถือเป็นของสูงและเป็นที่เคารพบูชา แต่สำหรับท่านที่พักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์หรือคอนโดก็ควรเลือกมุมห้องที่ไม่หันหน้าเข้าทางเตียงนอนจะเป็นการดี อีกทั้งควันจากธูปเทียน ซึ่งอาจจะรบกวนผู้อยู่อาศัย ฉะนั้นหลีกเลี่ยงการจัดหิ้งพระไว้ในมุุมอับเพราะอาจจะมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจด้วย และข้อควรระวังอีกเรื่องก็คือไม่ควรจัดวางหิ้งพระหรือห้องพระให้ติดกับห้องน้ำหรือห้องส้วมเพราะถือเป็นอีกหนึ่งจุดอับ และแต่ละคนต่างคนก็ต่างบุคลิกต่างสไตล์กันไป วันนี้เรามีตัวอย่างการจัดหิ้งพระหรือห้องพระ มาฝากกันค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกท่าน ได้นำไปปรับแต่งใช้เป็นแบบอย่างในที่พักอาศัยของท่านกันนะคะ

ห้องพระในสไตล์โมเดิร์น เล่นลายด้วยสีโทนอุ่นแฝงด้วยความเรียบหรู เบาะหน้าฐานกำมะหยีสีน้ำตาลให้ความรู้สึก

สงบอย่างยิ่ง อีกทั้งโคมไฟระย้า ส่องลงมาพอดีกับองค์พระทำให้ดูงดงามมากขึ้น

ห้องพระที่ถูกดัดแปลงมาจากห้องมุมสุดริมหน้าต่างขนาดไม่ใหญ่มาก ใช้สีขาวให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

เพิ่มเติมความงดงามด้วยการสลักลายต้นโพธิ์ทองด้านหลังองค์พระ อีกทั้งแจกันใสวางดอกไม้สีเขียวสบายตา เข้ากันได้ดี

ลักษณะจัดวางหิ้งพระแบบทรงสูง ประหยัดพื้นที่ด้วยฐานวางองค์พระติดกับผนังสีขาวดูสะอาดตา

หิ้งพระมุมเล็กๆ ติดกับบันไดทางขึ้น ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ดูเรียบง่าย

หิ้งพระลักษณะเดี่ยว บนพื้นไม้สีขาวมีลูกเล่นลิ้นชักใต้ฐานพระเพื่อใส่ธูปเทียน

หิ้งพระลักษณะไทยประยุกต์ ให้ความรู้สึกสง่างดงามแฝงความเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น

หิ้งพระสไตล์โมเดิร์นโทนสีสงบ ถูกจัดวางบนฐานแก้ว ด้านหลังองค์พระประดับด้วยแท่นไฟสีเปลวเพลิง

ลักษณะจัดวางหิ้งพระแบบทรงสูง อีกรูปแบบหนึ่งที่ประหยัดพื้นที่ด้วยฐานวางองค์พระติดกับผนังสีน้ำตาล

 

นี่คือพระเอกของงานนี้…นั่นคือห้องนอนนั่นเอง…อย่างที่เคยอธิบายให้ฟังว่า…!!! ห้องนอนนี้เปรียบเสมือนที่ชาจแบทเตอรี่ของตัวเรา…เราใช้เวลาในห้องนี้ 8 ชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างน้อย… การนอนในตำแหน่งที่ดีถือว่าดีแล้ว…การจัดห้องนอนให้ดีก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน… ว่าแล้วเราไปดูกันดีกว่าว่าเราจะจัดห้องนอนอย่างไรที่จะเสริมฮวงจุ้ยของเรา ห้องน้ำในห้องนอน… บ้าน 9 ใน 10 หลัง…ห้องนอนใหญ่…ห้องน้ำมักจะอยู่ในห้องนอนแทบทั้งสิ้น…  ฉะนั้นเวลานอนพยายามปิดห้องน้ำไว้ตลอด…แล้วเปิดหน้าต่างระบายอากาศภายนอกเอา…และเป็นไปได้เตียงนอนพยายามวางห่างจากห้องน้ำให้มากที่สุด…และที่สำคัญ…!!! พยายามดูเหลี่ยมมุมของห้องน้ำให้ดี…อย่าให้พุ่งเข้ามาหาเตียงที่เรานอนเด็ดขาด …!!!

วิธีแก้ไข… เนื่องจากห้ามไม่ให้ปลูกต้นไม้ไว้ในห้องนอน…อย่างที่เราเคยเรียนกันตอนเด็กๆว่า…ต้นไม้นั้นจะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา… การวางต้นไม้บังเหลี่ยมมุมในห้องนอนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควร…แนะให้วางชั้นโชว์หรือโซฟาเล็กๆ…แนบเหลี่ยมมุมเข้าไป…ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละห้องนอน…ที่ต่างกัน… หรือให้ดีที่สุดถ้าพื้นที่เหลือ…ทำเป็นห้องแต่งตัว…หรือว๊อคกิ้งโคลสเซ็ท… ไปเลยดีที่สุด…

จัดห้องนอนอย่างไรให้รวย

“บันไดบ้านคือทางเดินของมังกร” ซึ่งถือว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ให้ความสำคัญกับบันไดที่เชื่อกันว่ามีการบัญญัติหลักวิชานี้ภายหลังในสมัยเฉียนหลงแห่งราชวงค์ชิง ซึ่งเป็นรัชสมัยที่ให้ความสำคัญความสำคัญในเรื่องของทำเลและการดูดาว ดังที่มีเรื่องเล่าว่า จักรพรรดิเฉียนหลงได้ให้สร้างหอดูดาวที่ให้สูงเท่ากับหอหลิงไถ สมัยราชวงศ์เซี่ย สามพันกว่าปีโดยประมาณ เพื่อคอยดูดาวกษัตริย์ หรืออ๋องชายแดนที่จะกระด้างกระเดื่องกบฏต่อแผ่นดินของพระองค์ โดยพระองค์จะเสด็จขึ้นลงหอนี้เป็นประจำ ‘บันได’ ในทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นตัวเชื่อมโยงของพลังชี่ ระหว่างพื้นบ้านในแต่ละชั้น และยังเป็นตัวสร้างความเคลื่อนไหว เกิดการเคลื่อนที่ของพลังงาน ถ้าวางตำแหน่งบันไดผิด ย่อมส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยแน่นอน แต่ถ้าวางตำแหน่งที่ถูกต้อง ก็อาจจะช่วยเสริมโชคลาภได้ ดังนั้น เราลองมาดูการวางบันไดที่ถูกหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่า การสร้างบันได ไม่ใช่จะสร้างอย่างไรก็ได้ แต่ต้องให้มีความแข็งแรง ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตราย และเกิดอุบัติเหตุต่อสมาชิกในครอบครัวได้ง่าย

1. บันไดไม่ควรวางอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน เพราะจะทำให้กระแสชี่ไหลเข้าบ้านไม่สะดวก อีกทั้งยังทำให้กระแสชี่ไหลออกนอกบ้านได้ง่าย ลักษณะอย่างนี้ในทางฮวงจุ้ยหมายถึง “เก็บทรัพย์ไม่อยู่” หรือ “ขัดทรัพย์” เรียกได้ว่า หาเงินมาเท่าไหร่ ก็ไม่มีเหลือ

2. หากจำเป็นจะต้องทำบันไดบริเวณประตูทางเข้าบ้าน ควรทำเลี่ยงมาทางด้านข้างแทน เพื่อให้บริเวณหน้าประตูเป็นชานพัก แต่ต้องระวังอย่าทำบันได 2 ข้าง ในลักษณะเดินขึ้นข้างหนึ่ง แล้วไปลงอีกข้างหนึ่ง เพราะบันไดจะเข้าข่ายเมรุเผาศพ คนโบราณถือว่าอัปมงคลยิ่ง

3. ห้ามวางตำแหน่งบันไดไว้ใจกลางของบ้าน ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่าเป็นตำแหน่งหัวใจของบ้าน เพราะฉะนั้นการจะนำอะไรไปวางในจุดนี้ จะต้องพิจารณาให้มากๆ ซึ่งในกรณีจุดกลางบ้านเป็นบันได จะถือว่าเป็นข้อเสียและเป็นข้อห้ามในทางฮวงจุ้ย เพราะจะทำให้เจ้าของบ้านอยู่ไม่ติดบ้านหรือชีพจรลงเท้า เนื่องจากบันไดมีสภาพที่เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง นอกจากนี้ อาจทำให้เจ้าของบ้านเป็นโรคหัวใจได้ง่าย เพราะตำแหน่งหัวใจจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

4. ตำแหน่งบันไดที่ดี ควรอยู่ข้างบ้าน อาจอยู่ซ้ายหรือขวาก็ได้ โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาจากประตูทางเข้าบ้านเป็นหลัก ถ้าประตูทางเข้าอยู่ซ้าย บันไดก็ควรอยู่ขวา แต่ถ้าประตูอยู่ขวา บันไดก็ควรอยู่ซ้าย จึงจะถือว่าดี แต่ตำแหน่งที่ดีที่สุดควรวางไว้ส่วนกลางของบ้าน ไม่ใช่ใจกลางบ้าน อย่าสับสน เหตุผลก็คือเป็นจุดที่สะดวกที่สุด เพราะเวลาจะเดินไปหน้าบ้านหรือหลังบ้าน จะมีระยะห่างที่พอๆกัน

เสริมมงคลบ้านด้วย “ฮวงจุ้ยบันได”

ว่ากันเรื่อง “ฮวงจุ้ย” ทุกคนคงคุ้นกับคำว่า “ชี่” หรือพลังชี่กันพอสมควร เพราะพลังชี่เป็นพลังจักรวาลที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตเราไปจนกว่าเราจะหมดลมหายใจ และที่เค้าว่ากันว่า บ้านที่ดีต้องเป็นบ้านที่มีพลังชี่ หรือเปิดรับพลังชี่ ซึ่งก็หมายถึงการไหลเวียนของพลังชี่ต้องสะดวก ไม่มีสิ่งใดกีดขวางการไหลเวียนของพลังชี่ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านนั้นมีความสุข และสุขภาพดีไปด้วย ว่าไปแล้วก็มีคำถามตามมาว่า บ้านที่มีพลังชี่ที่ดีต้องเป็นแบบไหน ??? ไม่ต้องห่วง เพราะ S!Home หาคำตอบมาให้แล้ว บ้านต้องมีลมพัดผ่านได้สะดวก หากบ้านของคุณไม่ค่อยได้เปิดประตู หน้าต่าง ก็ควรเปิดประตู หน้าต่างให้พลังชี่พัดเข้ามาภายในบ้านอย่างทั่วถึง ซึ่งก็จะส่งผลให้บุคคลภายในบ้านได้รับอากาศที่ดี หายใจได้สะดวก และได้รับความสดชื่นจากอากาศนอกบ้าน สำหรับผู้ที่อยู่ในอาคารสูง ประเภททาวเฮาส์ คอนโดมิเนียมอาจกลัวว่าฝุ่นภายนอกจะเข้ามาภายในห้อง แต่นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะคุณควรเปิดหน้าต่างให้มีลมพัดเข้ามาบ้าง ก็จะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกกระชุ่มกระชวยมากยิ่งขึ้น ประตูหน้าบ้าน กับ ประตูหลังบ้าน อย่าตรงกัน แม้เราจะมีประตูหน้าบ้านที่เปิดรับพลังชี่แล้วก็ตาม เราก็ต้องมีประตูหลังบ้านไว้ให้พลังชี่ไหลออก เพื่อเป็นการหมุนเวียนให้การพัดผ่านนั้นลื่นไหล แต่การตั้งตำแหน่งประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านก็มีความสำคัญ เพราะหากปล่อยให้พลังชี่ที่พุ่งเข้ามาไหลผ่านออกไปอย่างรวดเร็ว เท่ากับเป็นการปล่อยให้พลังที่ดีไหลไป และหมายถึงเงินทองภายในบ้านจะรั่วไหลได้ง่าย เก็บเงินทองไม่อยู่ เหมือนได้เงินมาเท่าไรก็ไหลออกไปหมด วิธีแก้ไขคือหาตู้หรือฉากมากั้นในพื้นที่ด้านหลังเพื่อไม่ให้พลังชี่พุ่งออกไปทันที แต่ให้หมุนเวียนอยู่ภายในบ้านก่อน บางบ้านอาจเลือกเป็นกระถางต้นไม้แทนก็ช่วยได้เช่นกัน มีอะไรเสียหายรีบซ่อม บ้านหลายๆ หลังพอมีส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้านชำรุด มักปล่อยทิ้งปัญหาเหล่านั้นไปก่อน จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ และต้องเสียค่าซ่อมแซมมากกว่าเดิม ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้วก็ไม่ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะบ้านก็เหมือนร่างกายของคนเรา ที่มีเมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเกิดความผิดปกติ ย่อมส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย สำหรับบ้านก็เช่นกัน อย่างถ้าหลังคารั่ว เจ้าของบ้านควรเร่งซ่อมแซม เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้วหมายถึงการรั่วไหลของทรัพย์สินภายในบ้าน

บ้านมี “ชี่” คือ บ้านมี “โชค” อยู่แล้วดี อยู่แล้วรวย